Just some links, notes, photos, quotes, and stuffs.

Recent blog posts

Syndicate content FeedCount
Updated: 1 hour 24 min ago

Rockbox

Wed, 08/04/2010 - 21:45

เดาว่าคนอ่านบล็อกนี้จำนวนไม่น้อยเป็นพวกที่ไม่ค่อยพอใจกับ defaults ทั้งหลาย ถ้ามี router ก็ต้องลง Tomato มี andriod ก็ต้อง root หรือหากมีเครื่อง Mac ก็ต้องพยายามเอามาลง Windows ยิ่งถ้ามี iPhone ยิ่งคันมือต้องเอามา brick เอ๊ย jailbreak ฯลฯ

แน่นอนว่าแม้แต่เครื่องเล่น MP3 ก็ยังหนีไม่พ้นวัฏจักรเดียวกัน... อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมซื้อ Sansa Clip+ เพราะมันสามารถเอามาลง Rockbox ได้ด้วย

Rockbox เป็นเฟิร์มแวร์ open source สำหรับเครื่องเล่น MP3 ที่รันได้บนหลายแพลตฟอร์มมากๆ (iPod, Cowon, iriver, SanDisk, etc.) ความสามารถเด่นๆ คือ

  • สนับสนุน codec มากกว่า 20 ชนิด (สำหรับผมได้แค่ M4A กับ FLAC ก็พอใจแล้ว)
  • มี parametric equalizer (EQ ของ Sansa Clip+ เป็นที่รู้กันว่าห่วย "โคตรๆ")
  • มี Doom! (ทำไปได้ +_+) และ Rockboy (Gameboy Emulator)
  • มี theme ในการแสดงผลให้เลือกใช้ (และแน่นอนว่าสามารถสร้าง theme เองได้) การติดตั้ง Rockbox บน Sansa Clip+ ง่ายมาก แค่ patch original firmware (ในเว็บ Rockbox จะเรียก OF) แล้ว copy เฟิร์มแวร์ที่ patch แล้ว กับโฟลเดอร์ .rockbox ไปใส่ในเครื่องเล่น MP3 จากนั้นปิด/เปิดเครื่องใหม่ เป็นอันเสร็จพิธี สำหรับวิธีติดตั้งโดยละเอียดดูได้ในหน้า SansaAMS ตรงส่วนที่เป็น manual installation

แต่ก็เป็นธรรมดาสำหรับเครื่องเล่น MP3 ที่เป็นจอ monochrome และมีพื้นที่แสดงผลแค่ 128x64 pixel ทำให้ theme สำหรับ Sansa Clip+ มีให้เลือกค่อนข้างน้อย และที่สำคัญคือส่วนใหญ่มันแสดงชื่อเพลงเป็นภาษาไทยไม่ได้ เลยต้องมานั่งทำธีมเองตามระเบียบ =.=

การสร้างธีมสำหรับ Rockbox ก็ไม่ยุ่งยากอะไร เป็น text file ธรรมดา แล้วใส่ tag ตามที่มันกำหนด เพื่อให้แสดงผลข้อมูลที่เราต้องการ ในขณะพัฒนาเราสามารถทดสอบ theme ที่สร้างขึ้นบน Rockbox UI Simulator ได้โดยไม่ต้องโหลดลงเครื่องเล่นจริงๆ ทำให้แก้ไข/ทดสอบได้ไวมาก... นั่งปรับอยู่หลายวันกว่าจะถูกใจ สุดท้ายได้ออกมาหน้าตาแบบนี้

สรุปว่า Rockbox เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการเพิ่ม/ปรับปรุงความสามารถให้กับเครื่องเล่น MP3 ของตัวเอง (หรือคนที่อยากเล่น Doom บน iPod :P) และดูท่าจะมีอนาคตอีกไกล ตอนนี้กำลังพอร์ตมาเป็น application สำหรับรันบน android ด้วย

Sandisk Sansa Clip+ 4GB

Mon, 07/19/2010 - 19:35

ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ เรื่อง MP3 player...

หลังจากซื้อ Philips GoGear SA1MXX02K/97 มา และพบว่ามันห่วยเกินจะรับได้ เลยนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องเล่น MP3 อยู่พักใหญ่ อ่านรีวิวที่นู่นที่นี่ สุดท้ายมาเจอรีวิว Best 5 MP3 Players ของ CNET ดูๆ แล้วตัวที่น่าสนใจที่สุดสำหรับคนงบประมาณจำกัด (a.k.a. งก) อย่างผมก็คือ Sandisk Sansa Clip+ ที่มีหน้าตาประมาณนี้

ลองหาข้อมูลแหล่งขายในเมืองไทย รู้สึกว่าจะหายากมาก มีที่ OCZ เอามาขายอยู่ แต่ราคาแพงไปนิดตัดใจซื้อไม่ลง โชคดีที่มีเพื่อนกำลังจะกลับจากอเมริกาพอดี เลยฝากมันหิ้วแบบ 4GB มาตัวนึง ได้มาในราคาไม่ถึง 1,500 บาท

รูปทางซ้ายนี้จะใหญ่กว่าของจริงหน่อยนึง เห็นครั้งแรกยังตกใจว่าเออ เล็กดีแฮะ พอลองแล้วก็ไม่ผิดหวัง คุณภาพเสียงเหนือชั้นกว่า Philips GoGear อยู่หลายขุม (จริงๆ คือลำเอียงอยู่พอสมควร เนื่องจาก Sansa Clip+ ตัวนี้มันเล่นไฟล์ FLAC ได้ :P) ด้านปุ่มกด, เมนู และการใช้งานก็ออกแบบได้ดี ใช้สะดวกกว่าเครื่องเล่น MP3 ตัวเก่าแบบรู้สึกได้ คอนเฟิร์มว่า Philips ห่วยกว่า(มากกก) เพราะเอาตัวเก่าไปให้เจ้า ที่เครื่องเล่น MP3 พังพอดี เจ้า ยังบอกว่าทำไมมันดูก๊องแก๊งจัง T_T (ย้ำอีกครั้งว่าราคาต่างกันแค่สี่ร้อยบาท เหอๆ)

หน่วยความจำขนาด 4GB ก็ค่อนข้างเหลือเฟือ ขนาดผมใส่ไฟล์ FLAC ล้วนๆ ประมาณ 150 เพลง ก็ยังมีที่ว่างอีกเกือบครึ่ง แต่ถ้าใครมีเพลงเยอะกว่านั้น สามารถเพิ่มหน่วยความจำโดยเสียบการ์ด microSD หรือ microSDHC เพิ่มได้อีก

ฟีเจอร์อื่นๆ ก็มีพวกฟังวิทยุได้, อัดเสียงได้, เสียบกับพอร์ต USB แล้วลากเพลงใส่ได้เลย ไม่ต้องลง driver ให้วุ่นวาย, ฯลฯ

แบตเตอรีก็ค่อนข้างโอเค ชาร์จเต็มแล้วเล่นเพลงได้ประมาณ 15 ชม. เอามาจับคู่กับ Sennheiser CX500 ก็ฟังเพลงขณะเดินทางได้อย่างมีความสุข สรุปว่าเป็น MP3 player ที่ความสามารถและประสิทธิภาพคุ้มค่ากับราคาจริงๆ :)

Sennheiser CX500

Wed, 07/14/2010 - 22:10

รีบอัพก่อนจะดองบล็อกครบสองเดือน =.=

ถอยหูฟังมาใหม่อีกแล้ว เนื่องจากเห็นราคาแล้วอดใจไม่อยู่ ยังคงยึดติดกับแบรนด์ Sennheiser แต่อัพเกรดขึ้นมานิด เป็น Sennheiser CX500 หน้าตาดังรูป

ไปเยอรมันมาก็จริง แต่หูฟังตัวนี้ซื้อที่เมืองไทย เนื่องจากที่นู่นราคาแพงมาก -*- สำหรับ CX500 ตัวนี้สั่งจากฟอรัม HiFi Market ที่ Overclockzone ราคา 900 บาทถ้วน (ถูกว่า CX200 อีก T_T)

สำหรับเสียงเมื่อเทียบกับ CX200 บอกได้อย่างเดียวว่ากินขาด เนื่องจากตัว CX200 จะเน้นเบสมาก ทำให้เสียงโดยรวมออกขุ่นๆ (รู้สึกได้ชัดเจนเวลาใช้คุยโทรศัพท์ผ่านเน็ต) แต่ CX500 จะให้เสียงค่อนข้างสมดุลทั้งกลาง และสูง ส่วนเบสยังคงเยอะจุใจตามสไตล์ Sennheiser

ข้อดีอีกอย่างคือมันมีที่ปรับเสียงติดมากับสายด้วย ทำให้สามารถเพิ่ม-ลดเสียงได้โดยไม่ต้องควักเครื่องเล่น MP3 ออกมา แต่ข้อเสียก็อยู่ที่ตัวปรับเสียงนี่เหมือนกัน คือถ้าปรับไปจนสุดด้าน Max อาจจะทำให้เสียงออกมาสองข้างไม่เท่ากัน ผมเลยปรับไว้ที่ตรงกลาง แล้วเร่งเสียงที่เครื่องเล่นเอาไว้ให้พอดีๆ จะสามารถปรับเพิ่ม-ลดจากที่ปรับเสียงอีกทีได้

สรุปโดยรวมถูกใจมาก คิดว่าน่าจะได้ใช้ไปอีกนาน :)

One Manga Downloader Now Supports Series Hosted on 1000manga.com

Wed, 05/26/2010 - 18:24

As you may have noticed recently, onemanga.com has removed some of their series from the site e.g. Vagabond and Zetman due to license issue. They did it by removing all links from the manga page.

However, today I just found that instead of just removing the links from the manga page, they now provides a link to their sister site (say 1000manga.com) which is still hosting the manga I mentioned above.

Luckily, the code on 1000manga.com is almost the same as onemanga.com so I tweaked the script to automatically download the file from 1000manga.com if it has to do so.

So here's the updated One Manga Downloader. Enjoy reading your favorite mangas!

P.S. Many thanks to the One Manga team for providing and maintaining all those high quality scans :)

First Month in Germany

Sun, 05/09/2010 - 15:53

ใช้ชีวิตในเยอรมันได้ครบเดือน เลยอยากบันทึกสิ่งที่ประทับใจไว้สักเล็กน้อย

  • วันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน ทุกอย่างปิดหมด ร้านค้า, แหล่งช็อปปิง ถ้าวัตถุดิบสำหรับทำอาหารหมดวันอาทิตย์ ก็ทำใจกินมาม่าได้เลย T_T
  • เวลาจะข้ามถนนต้องกดสัญญาณไฟก่อน แล้วรอจนไฟคนเดินเป็นสีเขียวถึงจะข้ามได้ แต่ถ้าเป็นทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟ สามารถเดินข้ามได้เลย รถจะหยุดให้คนเดินไปก่อนเสมอ สุโก้ย
  • การคมนาคมหลักคือรถไฟ ซึ่งมีหลายประเภทมาก (RB, RE, IC, ICE, S-Bahn, U-Bahn, etc.) ราคาก็แตกต่างกันไปตามสภาพและความเร็ว
  • การใช้รถไฟสะดวกมาก ซื้อตั๋วโดยกดจากตู้ แค่ระบุสถานีต้นทาง-ปลายทาง และเวลาที่ต้องการเดินทาง ระบบจะคำนวณเส้นทางให้เสร็จสรรพ ว่าต้องต่อรถที่ไหน กี่โมง ใช้เวลาเดินทางเท่าไร ฯลฯ และสามารถพรินท์แผนการเดินทางสำหรับพกติดตัวได้

  • รถเมล์และรถไฟที่นี่ตรงเวลามาก ประมาณว่าถ้าคิดว่าจะไปถึงป้าย/ชานชาลาช้าไปสองนาทีก็ไม่ต้องวิ่งแล้ว จะทำให้เหนื่อยเปล่าๆ เพราะมันไปแล้วแน่ๆ

  • เวลาไปเที่ยวไปเป็นกลุ่มจะถูกกว่า เพราะมีตั๋ว group ที่ซื้อใบเดียวใช้ได้ 5 คนเช่น ตั๋ว Weekend (37€), ตั๋วรัฐ (เช่น Bavaria ticket 28€) ที่ขึ้นได้ทั้งรถไฟและรถเมล์ในพื้นที่ที่กำหนด ทุกสาย ตลอดวัน
  • ร้านสะดวกซื้อทั้งหลายจะไม่มีถุงใส่ของให้ (จริงๆ ไม่ถึงกับไม่มี เพียงแต่ถ้าจะเอาถุงต้องเสียตังค์ซื้อเพิ่ม) คนส่วนใหญ่จะหิ้วถุงผ้า/เป้ไปเองเวลาซื้อของ
  • ที่ประทับใจมากคือการออกแบบหน้าต่างในอาคาร ที่สามารถเปิดได้สองแบบ คือเปิดแค่แง้มๆ จากด้านบน หรือเปิดเต็มๆ จากด้านข้าง สามารถเลือกโหมดการเปิดได้โดยการหมุนที่จับ (หมุนขึ้นสุดเป็นเปิดจากด้านบน หมุนแค่ครึ่งเดียวเป็นเปิดจากด้านข้าง ตามรูป)
  • พูดเยอรมันไม่เป็นก็อยู่ที่นี่ได้สบาย เพราะแทบไม่ต้องพูดกับใคร ถ้าไม่กินข้าวนอกบ้านหรือซื้อของใช้ (ซื้อของอย่างมากก็พูดแค่ Hallo กับ Tschüs) -_-a
  • เบียร์และไวน์ ราคาถูกกว่าน้ำ
  • รถหรูๆ ทั้งหลายในเมืองไทยมีให้เห็นที่นี่เกลื่อน อารมณ์ประมาณโตโยต้าบ้านเรา เดินไปทางไหนก็เจอ +_+
  • ขาหมูอร่อยมาก ว่าจะไปหากินอีกสักรอบ :P (ขอบคุณภาพจาก aium เพื่อนร่วมทริป)