Just some links, notes, photos, quotes, and stuffs.

Recent blog posts

Syndicate content FeedCount
Updated: 2 min 51 sec ago

bombik.com got Plagiarized (again)

Thu, 12/08/2011 - 21:31

เมื่อกี้ @bombik โทรมาบ่นว่าโดนก๊อปบทความอีกแล้ว(ความเดิม) คราวนี้มีคู่กรณีใหม่ โดยบทความที่โดนก๊อปเป็นเรื่องการสร้าง fan page ใน Facebook เข้าไปดูในหน้าเว็บที่เป็นปัญหาแล้วพบว่าบทความในเว็บดังกล่าวทำผิดสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (BY-NC-ND) ที่ระบุไว้ในหน้าเว็บ bombik.com โดยไม่ระบุที่มาของบทความ และมีการแก้ไขดัดแปลงบทความให้แตกต่างไปจากต้นฉบับอีกด้วย

ขั้นตอนแรกคงทำเหมือนเดิมคือส่งเมล์ไปตามแอดเดรสที่ระบุไว้ในหน้าเว็บก่อน เนื้อหาของอีเมล์มีดังนี้

สวัสดีครับ

ผมพบว่ามีการนำข้อมูลเนื้อหาและรูปภาพจาก bombik.com ไปใช้ในเว็บ readyplanet.com โดยไม่มีการอ้างอิงที่มา ตาม URL ด้านล่างนี้ครับ

http://oxygen.readyplanet.com/Tips-And-Tricks/วิธีการทำ-FanPage-ใน-Facebook.html

โดยมีการดัดแปลงแก้ไขมาจาก http://bombik.com/node/299/วิธีการทำ-fanpage-ใน-facebook-และการทำปุ่ม-like

บทความทั้งหมดใน bombik.com ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย (http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/3.0/th/) โดยผู้ที่นำบทความไปใช้ต้องระบุที่มาของบทความด้วยเสมอ

ดังนั้นขอให้คุณแก้ไขบทความในเว็บ readyplanet.com ตามรายการข้างต้น โดยการระบุที่มาของบทความให้ถูกต้องด้วยครับ หรือหากไม่ต้องการอ้างอิงที่มา ทาง bombik.com ขอให้คุณลบบทความดังกล่าวออกทั้งหมด เนื่องจากเป็นการนำไปใช้โดยผิดสัญญาอนุญาตที่เจ้าของผลงานได้ระบุไว้ครับ

ศึกษิต
ผู้ดูแลระบบ และผู้ร่วมจัดทำเว็บไซต์ bombik.com

ส่งเมล์เสร็จ คลิกไปคลิกมาในเว็บ พบว่า oxygen.readyplanet.com น่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของ คุณทรงยศ คันธมานนท์ "ผู้ก่อตั้งและพัฒนาเว็บไซต์สำเร็จรูป ReadyPlanet และเป็นผู้ริเริ่มทำนิตยสารออนไลน์ อย่าง Oxygen" เดี๋ยวเขียน blog นี้เสร็จ ว่าจะ tweet ไปแจ้งทาง @songyot ด้วย เผื่อจะได้รับความช่วยเหลือในการดำเนินการด้วยอีกทาง

ขอ quote ข้อความจาก ต้นกำเนิด Oxygen แหล่งอากาศสำหรับคนทำเว็บ มานิดนึง

ปกติเราจะใช้ทีมงานที่มีความสามารถ มีความรู้ทางด้านการเขียน และก็รักที่จะเขียน เพราะงานใน Oxygen เป็นงานเขียนค่อนข้างจะเยอะ เว็บไซต์นี้ก็จะคล้ายๆ กับสื่อมวลชนอันนึงเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันเป็นอยู่ภายในกลุ่ม ของคนที่เกี่ยวข้องกับ ReadyPlanet

ถ้านโยบายของทาง ReadyPlanet เป็นแบบข้อความข้างต้นจริง อาจจะถึงเวลาพิจารณาคุณภาพการทำงานของทีมงานแล้วล่ะ

UPDATE1: (8 Dec 2011 21:25)

ได้รับอีเมล์ตอบกลับอย่างไว รายละเอียดตามนี้

เรียนคุณศึกษิต

เจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งเรื่องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องและอยู่ระหว่างการตรวจสอบค่ะ หากมีความคืบหน้าประการใดจะแจ้งให้ทราบค่ะ

UPDATE2: (9 Dec 2011 11:16)

ได้รับอีเมล์อีกฉบับ แจ้งว่าจะระบุที่มาของข้อมูลไว้ท้ายบทความ

เรียน คุณศึกษิต

สวัสดีครับ ผมบุรินทร์ เกล็ดมณี ผู้บริหารของ ReadyPlanet.com ครับ

ผมได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและต้องขออภัยเป็นอย่างสูงครับ เจ้าหน้าที่ของบริิษัทฯ จัดทำเว็บไซต์ oxygen เพื่อให้ความรู้ด้านออนไลน์และด้วยการขาดความละเอียด จึงมิได้ระบุอ้างอิงที่มาของข้อมูลเอาไว้ ผมจะได้เพิ่มเติมอ้างอิงที่มาของข้อมูลที่ท้ายบทความ โดยทันทีครับ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

บุรินทร์ เกล็ดมณี

UPDATE3: (9 Dec 2011 14:05)

ตอนนี้หน้าบทความดังกล่าวใน URL ที่ระบุไปในอีเมล์ตอนแรกเข้าไม่ได้แล้ว แต่ยังมีบทความเดิมอยู่ที่ URL http://oxygen.readyplanet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539209408 และยังคงไม่มีการระบุที่มาของบทความ... รอดูกันต่อไป

UPDATE4: (9 Dec 2011 22:43)

คุณทรงยศตอบกลับมาในอีเมล์ แจ้งว่าคนที่เป็นคนลงบทความดังกล่าวไม่ได้ทำงานที่บริษัทมาสักระยะแล้ว และตรวจสอบแล้วพบว่าทีมงานได้แก้ไขบทความดังกล่าว โดยระบุที่มาเพิ่มเติมในส่วนท้ายของบทความแล้ว

Conclusion

สรุปว่า happy ending... ผม และ @bombik ขอขอบคุณ คุณทรงยศ และ คุณบุรินทร์ ที่ช่วยดูแลและดำเนินการให้เนื้อหาในเว็บไซต์เป็นไปตามสัญญาอนุญาตที่ระบุไว้ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

Kimju -- Once is More Than Enough

Wed, 11/30/2011 - 00:41

เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานตอนเย็นตั้งใจจะพา @bombik กับเพื่อนไปกินบุฟเฟต์สุกี้ญี่ปุ่นที่ร้าน Torii แต่ปรากฏว่าปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม เพราะไม่รู้ว่ามันปิดทุกวันอังคาร T_T เลยเดินมึนๆ ไปหาของกินที่เมเจอร์รัชโยธินแทน

เดินไปเดินมาก็ตัดสินใจเข้าร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลีชื่อ Kimju ที่อยู่ใกล้ๆ Box Office ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า "ยังไม่เคยลอง" บวกกับราคาบุฟเฟต์ที่ติดอยู่หน้าร้าน 288.- บาท ดูแล้วก็ค่อนข้างโอเค เลยตกลงเข้าไปลองกินกัน

สำหรับคนที่หาข้อมูลว่าร้านนี้เป็นอย่างไร น่าไปลองชิมหรือไม่ ขอตอบแบบย่อๆ ไว้ก่อนเลยว่า

"มัน กาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาากส์ มาก"

เสิร์ชหาร้านอื่นได้เลยครับ เวลาในชีวิตของคุณมีค่าเกินกว่าจะไปนั่งกินอาหารในร้านพรรค์นี้ แต่ถ้าอยากรู้ว่ามันกากยังไง เชิญอ่านต่อได้ตามสะดวก กาก 1: พนักงาน นั่งโต๊ะปุ๊บ เราถามก่อนเลยว่า 288.- นี่มีบวกอะไรอีกมั้ย ได้คำตอบว่าไม่บวกแล้ว ราคานี้เลย แต่พอเช็คบิลออกมาปรากฏว่าโดน service charge ไปอีก 10% จริงๆ คือไม่รอบคอบเองด้วย เพราะเหมือนจะมีดอกจันตัวเล็กๆ อยู่ในเมนู แต่ไม่ได้อ่าน

กาก 2: กิมจิ อย่างแรกที่มาเสิร์ฟบนโต๊ะคือเครื่องเคียงและน้ำจิ้ม เห็นสีกิมจิครั้งแรกก็คิดอยู่ในใจว่าไม่น่าอร่อย แต่พอกินเข้าไปแล้ว กลายเป็นว่า โคตรจะไม่อร่อย! จบกัน กินปิ้งย่างเกาหลี แต่กิมจิไม่อร่อย

อยากจะเดินออกจากร้านซะเดี๋ยวนั้น แต่เสียดายตังค์ เพราะกินของมันไปแล้ว คงไม่ปล่อยให้พวกผมเดินออกไปโดยไม่จ่ายค่าบุฟเฟต์ เลยต้องก้มหน้าก้มตากินต่อไป

กาก 3: น้ำจิ้ม น้ำจิ้มสองอันที่ให้มาตามรูปด้านบน อันนึงเหมือนจะเป็นเต้าเจี้ยว อีกอันเหมือนเป็นพริกในน้ำมัน รสชาติก็ประมาณว่า ลองเอาเนื้อย่างจิ้มกินอย่างละคำ แล้วหลังจากนั้นก็กินแต่เนื้อย่างเปล่าๆ โดยไม่ได้แตะน้ำจิ้มอีกเลย ไม่ใช่ว่ากินเนื้อย่างเปล่าๆ แล้วมันอร่อย แต่เป็นเพราะน้ำจิ้มมันไม่ได้ช่วยเพิ่มรสชาติอะไรขึ้นมาเลย นอกจากความเลี่ยน -*-

มากินคราวนี้จัดเต็ม โดยบวกเพิ่มอีก 100 รวมราคาเป็น 388.- บาท เพื่อจะได้กิน "เนื้อโคนุ่มพิเศษ" และ "อาหารทะเล" ก่อนจะพบว่า...

กาก 4: อาหารทะเล กุ้งนี่นอนมาแบบกะปลกกะเปลี้ย แค่คีบขึ้นมา หัวกับหางก็หลุดออกจากตัว ท่าทางจะตายมาหลายรอบกว่าจะได้มาอยู่บนจาน แน่นอนว่าหาความสดไม่ได้แม้แต่น้อย ส่วนเนื้อปลากินไปนิดหน่อย บอกไม่ได้ว่าสดหรือเปล่า หมึกไม่ได้กิน แต่คาดว่าจะอยู่ในอาการเดียวกันกับกุ้ง

กาก 5: เนื้อ, หมู เนื้อกับหมูที่เสิร์ฟมาบนจาน หน้าตาแตกต่างจากในเมนูอย่างสิ้นเชิง สีคล้ำๆ เละๆ แหยะๆ ถ้าไม่เละก็คือมาเป็นแบบแข็งเป๊ก ประมาณว่าละลายน้ำแข็งยังไม่เสร็จดี รสชาติเหมือนไม่ได้ผ่านการหมักใดๆ มาทั้งสิ้น บวกกับน้ำจิ้มไม่อร่อย ก็ต้องกินแบบเปล่าๆ กันไป แถมเนื้อนุ่มพิเศษก็ไม่ได้นุ่มอย่างที่คาดหวังไว้ (มาถึงขั้นนี้ยังจะหวังอะไรอีก >_<)

กาก 6: น้ำมัน!? เนื้อ, หมู ทุกจาน จะมาพร้อมน้ำราดอะไรซักอย่างที่ดูแล้วน่าจะเป็นน้ำมัน ไม่รู้จะใส่อะไรมานักหนา ประโยชน์อย่างเดียวที่เห็นคือ ยิ่งกินยิ่งเลี่ยน น่าจะทำให้อิ่ม(อยากอ้วก)ไวขึ้น ยิ่งจานหลังๆ ยิ่งราดมาจนท่วม แสรดดด

เป็นการกินบุฟเฟต์ที่ทรมานโคตรๆ ครั้งแรกในชีวิต คิดอยู่ในใจตลอดเวลาที่นั่งกินว่า ขอให้พนักงานมันเดินมาถามทีเถอะว่า "อาหารอร่อยมั้ยครับ" กรูจะได้ตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ไม่อร่อยเลยครับ แต่เสียดายตังค์เลยต้องกิน"

อาหารเพียงอย่างเดียวนอกจากข้าวกับเครื่องดื่ม ที่พอจะเหมือนมนุษย์มนากับเขาบ้างก็คือ "ซุป" ที่รสชาติโอเค ได้อาศัยเติมไปสามสี่รอบ ช่วยให้อิ่มได้โดยไม่ต้องทรมานจากการกินปิ้งย่างจนเกินไป

สรุปว่าแปลกใจมากที่ร้านอาหารที่ราคาสวนทางกับรสชาติแบบ exponential ขนาดนี้มันอยู่รอดมาได้ แถมมีหลายสาขาอีกต่างหาก หรือบางทีอาจจะเป็นผมเองที่ไม่ซาบซึ้งกับรสชาติอาหารเกาหลีอย่างแท้จริงก็เป็นได้ -_-a

กินสามคนพันห้านี่เปลี่ยนเป็นกินฟูจิหรือ MK แบบเต็มสูบได้เลยนะ เผลอๆ จะเหลือเงินทอนด้วยซ้ำ =.=

100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย

Mon, 10/10/2011 - 22:56

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 16 (BookExpo Thailand 2011) คราวนี้ ซื้อมาแต่หนังสือประเภทไม่ต้องอ่านต่อเนื่อง คือเป็นตอนสั้นๆ อ่านแป๊บๆ แล้ววางทิ้งไว้ วันหลังค่อยมาอ่านใหม่ก็ไม่ขาดช่วง อะไรทำนองนี้ อาจจะเป็นเพราะรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป... ขนาดร้านไหนคนเยอะๆ ยังขี้เกียจรอ ไม่ซื้อมันซะดื้อๆ ยังงั้น -*- (แต่วางแผนจะไปเดินอีกรอบ เอาช่วงที่คนน้อยๆ หน่อย)

สรุปหนังสือที่ได้มารอบแรก:

  • โรมานซ์ ของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร
  • 100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย ของนิตยสารฉลาดซื้อ
  • นอกลู่ไม่นอกทาง ของนิตยสารฉลาดซื้อ
  • OMG! มหัศจรรย์ได้อีก! (The World's Best Book) ของ Jay Payne

อ่านจบไปสองเล่ม คือ โรมานซ์ กับ 100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย สำหรับ โรมานซ์ คงไม่เล่า บอกได้สั้นๆ ว่า "คุ้ม" ตามสไตล์การ์ตูนของ วิศุทธิ์ ทุกเล่ม ส่วนที่อยากเล่าคือหนังสือ 100 สิ่งฯ นี่แหละ ลักษณะเนื้อหาของ 100 สิ่งที่ไม่ต้องทำ(ก็ได้)ก่อนตาย จะเป็นเรื่องสั้นๆ ตอนละหน้า-สองหน้า (ไม่ก็หน้าละตอน-สองตอน) อ่านสบาย มีรูปประกอบดูเพลินๆ พูดถึงเรื่องทั่วๆ ไปในโลกและประเทศไทย หัวข้อที่อ่านแล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอาหารการกิน เช่น

  • ดื่มน้ำลูกพรุนก่อนนอน
  • กินรังนก
  • กินบุฟเฟต์
  • กินแครอตเพื่อจะได้เบต้าแคโรทีนเยอะๆ
  • กินซุปไก่สกัดหรือซอยเปปไทด์ก่อนสอบ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อควบคุมน้ำหนัก
  • ใช้แชมพูผสมครีมนวดผม
  • ต้องนอนมากๆ

อ่านไปประมาณ 50 ข้อแรก รู้สึกเหมือนเป็นหนังสือที่ดี กะว่าอ่านจบแล้วจะเอาไปให้แม่อ่านต่อ แต่พออ่านช่วง 50 ข้อหลัง เหมือนคนเขียนเป็นคนละคน หัวข้อก็ประหลาดๆ เหมือนเอาเรื่องในสังคมไทยมาบ่นตามความ(ไม่)พอใจของคนเขียน แถมภาษาที่ใช้ก็ออกแนวเกรียนไม่ค่อยเหมือนช่วงครึ่งเล่มแรก หัวข้อก็ประมาณว่า

  • ต้องไปต่อคิวยาวเพื่อซื้อขนมแปลกๆ
  • ใส่เสื้อผ้ายี่ห้อ หิ้วกระเป๋าแบรนด์เนม โดยเฉพาะรุ่น limited edition
  • ฝันลูกเป็นเด็กอัจฉริยะ
  • ซื้อหวย
  • เล่นหุ้น
  • เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือทุกปี
  • อยากได้เครื่องอบผ้า
  • เห่อซีรี่ส์เกาหลี ญี่ปุ่น

ความเห็นส่วนตัวคือถ้ามันเป็น fact แต่คนหลงผิดไม่รู้เนี่ย น่าจะเอามาแนะนำ แต่อะไรที่มันเป็น trend ความชอบ หรือความจำเป็นส่วนบุคคล ไม่น่าเอามาเขียน อ่านแล้วมันหงุดหงิด เหมือนมีคนมานั่งบ่นให้ฟัง -_-a

สรุปว่าเป็นหนังสือที่แนะนำให้อ่าน... แค่ครึ่งเล่มก็พอ ถ้าตัดเหลือแค่ 50 ข้อเน้นๆ แล้วลดราคาลงครึ่งนึง จะเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเวิร์กทีเดียว